เมืองบรูจส์ เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวหลงรัก เพราะความงามแบบยุคกลาง คลองที่ไหลผ่านเมือง และบรรยากาศเทพนิยายที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่ศตวรรษที่ 15 แต่เดี๋ยวก่อน! นอกจากความโรแมนติกแล้ว Bruges ยังมีเรื่องราวแปลก ๆ ลับ ๆ ที่หลายคนไม่เคยรู้ วันนี้เราจะพาคุณไปสำรวจ 10 ความแปลแต่จริง! ที่ทำให้ บรูจส์ มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น!

Bruges เคยเป็นเมืองที่รวยที่สุดในยุโรป
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14-15 Bruges เป็นศูนย์กลางการค้าของยุโรป พ่อค้าจากอังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี ต่างเดินทางมาที่นี่ ทุกอย่างหมุนเวียนผ่านท่าเรือของ Bruges ทำให้เมืองนี้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในยุคนั้น แต่น่าเสียดายที่แม่น้ำ Zwin ตื้นเขินลง ทำให้การค้าเริ่มซบเซา และสุดท้าย เมืองบรูจส์ ก็สูญเสียตำแหน่งเมืองเศรษฐกิจไปอย่างน่าเสียดาย
เมืองบรูจส์ เป็นเมืองเดียวในเบลเยียมที่ไม่มี Starbucks!
ถ้าคุณเป็นสายคาเฟ่และคิดจะมานั่งจิบกาแฟที่ Starbucks ในเมืองบรูจส์ ขอแสดงความเสียใจ เพราะคุณจะหาไม่เจอ! ชาวเมืองให้ความสำคัญกับร้านกาแฟโลคอลมากกว่าแบรนด์ใหญ่ ที่นี่มีร้านกาแฟโฮมเมดสุดเก๋มากมาย เช่น Café Vero, Li O Lait หรือ Kottee Kaffee ที่เสิร์ฟกาแฟคุณภาพดีแบบต้นตำรับเบลเยียม
อาคารหลายแห่งใน Bruges มีสัญลักษณ์ลับของ Freemason
ถ้าสังเกตดี ๆ คุณจะเห็นสัญลักษณ์สามเหลี่ยมและดวงตาบนตึกเก่าหลายแห่ง นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า Bruges เคยเป็นศูนย์รวมของเหล่าช่างก่อสร้างระดับสูง และมีการใช้สัญลักษณ์ของ Freemason ซ่อนอยู่ในโบสถ์และจัตุรัสของเมือง ใครที่ชอบเรื่องราวลึกลับลองเดินสำรวจดี ๆ อาจจะพบอะไรน่าสนใจ!
ใน เมืองบรูจส์ มี “กำแพงเบียร์” ที่รวมเบียร์กว่า 1,500 ชนิด!
Bruges Beer Museum เป็นสวรรค์ของคนรักเบียร์ ที่นี่มีกำแพงเบียร์ที่เรียงขวดเบียร์กว่า 1,500 ชนิดจากทั่วเบลเยียม และแน่นอนว่า ถ้าคุณเป็นสายดื่ม อย่าพลาดลอง “Brugse Zot” เบียร์ประจำเมืองที่มีรสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมไม่เหมือนใคร
หมีเป็นสัญลักษณ์ลับของ Bruges
ตามตำนาน Bruges เคยเป็นที่อยู่อาศัยของหมีป่า และหมีมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของเมือง ในตราประจำเมืองบรูจส์ จึงมีรูปหมีถือโล่อยู่ด้วย ถ้าเดินเล่นในเมือง คุณอาจจะเห็นรูปปั้นหมีซ่อนอยู่ในสถานที่สำคัญ อย่างเช่นที่ Jan van Eyck Square ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
คลองของเมืองบรูจส์ เคยใช้เป็นเส้นทางลับของสายลับ!
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการใช้คลองของเมืองบรูจส์ ในการลักลอบส่งของให้ฝ่ายต่อต้าน มีเส้นทางลับที่ใช้ซ่อนตัวและขนส่งสิ่งของป้องกันการตรวจจับจากทหารเยอรมัน ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือผ่านคลองเหล่านั้นและสัมผัสบรรยากาศของอดีตที่ยังคงอยู่

ช็อกโกแลตของ Bruges มีร้าน “ลับ” ที่คนท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้!
ถ้าคุณมาที่ Bruges เพื่อช็อกโกแลต ขอแนะนำให้ลองไปร้าน The Chocolate Line ซึ่งเป็นร้านที่คนท้องถิ่นบอกว่า “ดีที่สุด” ร้านนี้มีช็อกโกแลตโฮมเมดที่รสชาติแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร เช่น ช็อกโกแลตรสวาซาบิ พริกไทย และบัลซามิก ใครอยากลองของแปลก ร้านนี้ต้องไม่พลาด!
บรูจส์ มีสะพานที่เชื่อกันว่า “ข้ามแล้วจะตกหลุมรัก”
สะพานนี้ชื่อ Minnewater Bridge หรือ “Lover’s Bridge” ตามตำนานเล่าว่า หากข้ามสะพานนี้พร้อมกับคนที่คุณรัก ความรักของคุณจะอยู่ยืนยาวตลอดไป สถานที่แห่งนี้เป็นจุดยอดฮิตสำหรับคู่รักที่มาเที่ยว เมืองบรูจส์ และเป็นจุดถ่ายรูปโรแมนติกอันดับหนึ่งของเมือง
หงส์ขาวใน Bruges มีประวัติสุดดราม่า
หงส์ที่ว่ายน้ำในคลองของเมืองบรูจส์ ไม่ใช่แค่สัตว์ประดับเมือง แต่มีเรื่องราวเบื้องหลังอยู่! ซึ่งตำนานเล่าขานกันมาว่า ชาวเมือง Bruges ได้จับกุมจักรพรรดิแม็กซิมิเลียนแห่งออสเตรียไว้เป็นตัวประกัน จากความไม่พอใจในนโยบายของพระองค์ จากนั้นได้ทำการสังหารข้าราชบริพารระดับสูงคนสนิทของพระองค์ เพื่อเป็นการประท้วง ซึ่งเขาผู้นี้มีตราประจำตระกูลเป็นสัญลักษณ์หงส์ขาว พระองค์กริ้วอย่างมากจึงได้สาปแช่งให้เมืองทั้งเมืองนี้ต้องคำสาปด้วยหงส์สีขาวที่ว่ายอยู่ในคลองตลอดไป เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น
Bruges เป็นเมืองที่ “หยุดเวลา” ได้จริง ๆ
ได้รับฉายาว่า “The City that Time Forgot” หรือ เมืองที่ถูกลืมโดยกาลเวลา เพราะโครงสร้างเมืองแทบไม่เปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ยุคกลาง Bruges นอกจากนี้ กฎหมายการบูรณะอาคารของที่นี่ยังเคร่งครัดมาก เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพหรือชำรุด ทุกอย่างจะต้องถูกซ่อมแซมให้เหมือนต้นฉบับเดิมแบบ 100% จึงทำให้เมืองนี้ยังคงความคลาสสิกแบบยุคกลางไว้ได้เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน
เมือง Bruges แห่งนักเดินทางเดี่ยว เมืองบรูจส์ (Solo Traveler’s Dream)
แม้ว่าเมืองแห่งนี้จะมีเรื่องที่แปลกในแบบของตัวเอง แต่ความแปลกนี้แหละที่ทำให้ Bruges กลายเป็นสวรรค์ของนักเดินทางที่ชอบเที่ยวคนเดียว เหมาะสำหรับนักเดินทางที่รักอิสระและต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบไม่เร่งรีบ ใครที่กำลังมองหาสถานที่สงบ มีเสน่ห์ และสามารถเดินทางได้ง่าย เมืองบรูจส์ จึงเป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยเหตุผล ดังนี้
- เดินทางง่าย: เมืองนี้เป็นเมืองขนาดเล็ก ที่สามารถเดินชมได้เกือบทุกซอกทุก มุมโดยไม่ต้องใช้รถขนส่งสาธารณะเยอะ
- ปลอดภัยสูง: เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ ปลอดภัยที่สุดในยุโรป ผู้คนเป็นมิตร นักท่องเที่ยวเยอะ แต่ไม่มีความวุ่นวาย เหมาะกับนักเดินทางคนเดียวที่ต้องการเที่ยวแบบไม่ต้องกังวล
- คาเฟ่และบาร์บรรยากาศเป็นกันเอง: ที่ บรูจส์ คุณสามารถนั่งจิบกาแฟหรือเบียร์เบลเยียมในร้านเล็ก ๆ และพบปะผู้คนใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย เหมาะกับการนั่งชิลและพบปะนักเดินทางคนอื่น ๆ
- มีเส้นทางจักรยาน: เมืองนี้มีเส้นทางจักรยานที่เงียบสงบ ถ้าคุณชอบการเดินทางแบบแอคทีฟ ลองปั่นจักรยานไปหมู่บ้าน Damme ที่อยู่ห่างจาก Bruges เพียง 5 กม. ดูสิ เพราะทางจักรยานนี้เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าและคลอง สวยจนเหมือนภาพวาด
- เที่ยวแบบชิล ๆ ไม่ต้องเร่งรีบ: Bruges เป็นเมืองที่ ไม่ต้องรีบ เหมาะกับการเดินเล่นตามตรอกแคบ ๆ นั่งริมน้ำ จิบกาแฟ อ่านหนังสือ และปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับบรรยากาศที่เงียบสงบ
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางเดี่ยวสายธรรมชาติ สายประวัติศาสตร์ หรือสายกิน เมือง Bruges มีทุกอย่างให้คุณได้สัมผัสแบบเต็มอิ่ม! ใครที่กำลังมองหาสถานที่สงบ มีเสน่ห์ และสามารถเดินทางได้ง่าย ลองมาที่นี่ดูสิ!

สรุป เมืองบรูจส์
Bruges อาจดูเหมือนเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยความโรแมนติก แต่จริง ๆ แล้วมันมีเรื่องราวแปลก ๆ และความลับที่ซ่อนอยู่มากมาย ตั้งแต่ตำนานของหมี ไปจนถึงกำแพงเบียร์และสายลับสงครามโลก ถ้าคุณอยากเห็น Bruges ในแบบที่ไม่เหมือนใคร ลองเดินออกนอกเส้นทางหลัก แล้วค้นพบความลับของเมืองนี้ด้วยตัวคุณเองสิ! แต่ถ้าคุณไม่ก้าลองหาทัวร์เบลเยียม แบบเอ็กคลูซีฟ สักแพ็กเกจดูสิ ไม่แน่นะ! นักนำทางอาจพาคุณไปหาความลับที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเลยก็ได้นะ